อาหารซูชิ เมนูยอดฮิตที่ใครก็รู้จัก อีกยังเป็นเมนูหนึ่งในใจของใครหลาย ๆ คน แต่รู้หรือไม่ว่าซูชิ แท้จริงแล้วมีต้นกำเนิดมาจากอะไร

อาหารซูชิ

อาหารซูชิ เมนูยอดฮิตที่ใครก็รู้จัก อีกยังเป็นเมนูหนึ่งในใจของใครหลาย ๆ คน แต่รู้หรือไม่ว่าซูชิ แท้จริงแล้วมีต้นกำเนิดมาจากอะไร

อาหารซูชิ เมนูหนึ่งในใจ ของใครหลายคน กับความเป็นมา

อาหารซูชิ อีกหนึ่งเมนู ที่ใครหลาย ๆ คนรู้จักกันดี แต่ก็มั่นใจว่า มีอีกหลายเรื่องที่คุณ อาจจะยังไม่รู้จัก ซูชิเป็นอาหารประเทศใด และซูชินั้นมี ประวัติศาสตร์ ความเป็นมาอย่างไร เราจะมาตามหาไปด้วยกันค่ะ กับซูชิ อาหารแห่งประวัติศาสตร์

กราบสวัสดีเจ้าค่ะ!! ท่านผู้อ่านที่น่ารักและน่าฟัด ๆ ทุกท่านกลับและ มาพบกันอีกครั้งกับ ComBicJung เพื่อนที่แสนดีของคุณ ที่วันนี้นั้นเต็มความหิว ? และเต็มไปด้วย เรื่องราวที่น่าสนใจ วันนี้ก็มาในหัวข้อของ อาหารยอดต้นมะพร้าวนิยมอย่าง “ซูชิ (Sushi) ”

อาหารซูชิ กับ ประวัติซูชิ อันแสนยาวนาน

ซูชิ แปลว่า “ข้าวปั้นมีหน้า” ย่อมาจากคำว่า “นิงิริซูชิ” เป็นหนึ่งใน อาหารญี่ปุ่น ที่มีประวัติศาสตร์ ยาวนานมากกว่าหลายร้อยปีมาแล้ว แต่ถ้าจะให้เล่า ในแบบละเอียดตั้งแต่แรก รับรองว่าอาจจะมี คนหลับคาจอ กันแน่นอนค่ะ

เพราะอย่างงั้น วันนี้จะขอเล่า ประวัติศาสตร์คร่าว ๆ ของอาหารแห่งตำนานนี้ ด้วยความเข้าใจ และใจรักใน บ้านเกิดเมืองนอน ที่ไม่ใช่ของตัวเองนะคะ เอาล่ะมาเริ่มกันเลย!! (^ A^) q

จากการที่เรานั้น ได้นั่งเครื่องย้อนเวลา กลับไปเมื่อสมัย 1300 ปีในช่วงยุคสมัยแห่งนาระ ยุคสมัยที่ใครก็ต่างรู้ว่า เป็นก้าวที่สำคัญ ทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะการริเริ่มจนประวัติศาสตร์ หรือการต่อต้านไดเมียว แต่ ในช่วงประวัติศาสตร์นี้

ก็ได้กำเนิด สิ่งที่จะเปลี่ยน ประวัติศาสตร์ของอาหารญี่ปุ่น ไปตลอดการนั้นก็คือ ซูชินั้นเองแต่เดิม ซูชิไม่มีมีหน้าตา เป็นข้าวปั้นที่ มีปลาดิบวางบนหน้า แต่ซูชิเป็นข้าวมัก กับปลาดิบอายุมากกว่า 1 ปีต่างหากและ หลายคนอาจจะรู้สึก คุ้นกับเมนูนี้

สำหรับคนที่ทราบแล้ว ต้องขอชมว่าเก่งมากค่ะ แต่ถ้าคนที่นึกไม่ออก เราจะบอกให้ว่า คล้ายกับเมนูอาหารประเภทหนึ่ง ในแถบของบ้านเราค่ะนั้นคือ “ปลาส้ม!!” ใช่ค่ะปลาส้ม อาหารแดนปลาดิบ ได้ต้นดำเนิดจาก สุดยอดของอาหารแดนปลาแดก

แล้วมันจริงหรือ? เป็นไปได้หรือ? read the full info here ได้ค่ะเพราะจากเว็บของ NHK ของญี่ปุ่นนั้นได้สืบประวัติ ความเป็นมาของอาเป็นประเภทนี้ และสิ่งที่ได้คือ มันเป็นอาหารเดิม ที่นิยมรับประทาน ในแถบเอเชีย ของส่วนตะวันตกเฉียงใต้ เป็นอาหารหลักของ ไทย ลาวในยุคนั้น

ทางผู้ทำการสืบข้อมูล ได้ทำการเทียบและวิเคราะห์แล้วว่า กระบวนการทำปลาส้ม กับซูชิในสมัยก่อน หรือมีชื่อที่เรียกว่า “ฟูนะซูชิ” นั้นมีความใกล้เคียงกันมาก โดยการใช้ปลาน้ำจืด หมักกับเกลือสินเธาว์ และใส่ข้าวเหนียวทำให้ เกิดเป็นอาหารมักรสเปรี้ยว

และจากการสืบ ค้นคว้าข้อมูลก็พบอีกว่า ก่อนคริสตกาล อาหารหมักประเภทปลาส้ม นั้นถูกนำเข้ามา ในประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับวัฒนธรรมการปลูกข้าว จนมันได้กลายมาเป็น “ฟุนะซูชิ” ซึ่งต่อมาเจ้าซูชิ ประเภทนี้ก็กลายมาเป็น อาหารที่นิยมของ เหล่าคนชาวญี่ปุ่น

แต่เดิมแล้วซูชิ มีค่ามากด้วยกระบวนการทำ ที่ยากมากและยาวนาน ถึงสามารถใช้แทน เป็นค่าภาษีได้ แต่ความนิยมแพร่หลาย ในเรื่องซูชิตอนนั้น ยังไปไม่ทั่วดินแดนปลาดิบนะคะ จนถึงช่วงสมัยมูโรมาจิ ในช่วงนั้นทุก ๆ คนเริ่มจะทานซูชิมากขึ้น

เพราะเกิดจากการหมัก ที่เสียดายต่ออาหาร แต่ดันพบกว่า “เอ๊ย!!! โออิชิ!!! เจ้านี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ” ด้วยการซึมของรสปลา ที่เข้าไปในข้าว และรสเปรี้ยวอ่อน ๆ นั่นล่ะตั้งแต่นั้นมา ชาวญี่ปุ่นก็เป็นชาวแดนปลาแดก กินปลาส้มแบบบ้านเราเหมือนกันฮ่า ๆ

 

อาหารซูชิ

วิธีการทำซูชิ

แต่เดิมต้นกำเนิดของซูชินั้น เกิดจากการหมักข้าว กับปลาน้ำจืดกระบวนการ ใกล้เคียงกับการทำปลาส้ม แต่ในสมัยนั้นเชื่อว่า การหมักปลากับข้าว เป็นกระบวนการถนอมอาหาร ชาวญี่ปุ่นในเขตของแม่น้ำบิวะ เขตนั้นคือเขตการจับปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุด

พวกเขาทำการจับปลาที่ชื่อว่า “ปลาฟุนะ” หมักด้วยเกลือทั้งสองด้าน ก่อนที่จะเรียง อย่างสวยงามในถังไม้ และกดทับพวกปลาไว้ กระบวนการนี้ใช้เวลานานกว่า 2 – 5 ปีจนมั่นใจแล้วว่า เกลือที่พวกเขาหมักนั้น ได้ซึมเข้าสู่เนื้อปลา

หลังจากนั้นพวกเขาจะนำ เอาปลามาห่อด้วยข้าวทั้งตัว ก่อนจะนำไปเรียง ไว้ในถังไม้ดังเดิม โปะหน้าด้วยข้าวสุก ตามด้วยปิดฝา และหาของหนักมากดทับไว้ ทิ้งไว้ในถังไม้นั้นอีก 1 ปีจากนั้นจึงจะสามารถกินได้ นี่มันปลาส้ม 6 ปีชัด ๆ

เราไม่อยากจะนึกเลยค่ะ ว่ารสชาติเป็นอย่างไร แต่จากประวัติศาสตร์ก็บอกว่า รสชาติของมันนั้นอร่อยมาก ออกรสเปรี้ยวนิด ๆ ตัวปลามีความเค็ม ชาวญี่ปุ่นช่วงนั้นยังเชื่อว่า อาหารเมนูนี้เป็นอาหารที่เรียกได้ว่า อาหารศักดิ์สิทธิ์เพราะด้วยความเชื่อ ที่พวกเขาไม่กินเนื้อสัตว์

จะกินแต่พวกผัก ข้าว ปลา และเกลือเพียงเท่านั้น นั้นคือสิ่งธรรมชาติ ประทานให้พวกเขา ถึงแม้เวลาระยะเวลา การทำซูชินั้น จะนานเป็นปี แต่สำหรับพวกเขาถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ

เมื่อเวลาผ่านไปความนิยมของซุชิ เริ่มสูงขึ้น กระบวนการการทำ ฟุนะซูชิ ก็ไม่เพียงพอต่อประชากร จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงสูตรขึ้น เปลี่ยนรสความเปรี้ยว จากการหมักกว่าหนึ่งปี เป็นการเติมน้ำส้มสายชู และคลุกกับข้าวสวยแทน

และนั้นก็คือต้นกำเนิด ของวิธีการทำซูชิ ที่พวกเราหลาย ๆ คนชื่นชอบกัน มาจนถึงปัจจุบันนี้ล่ะเจ้าค่ะ

อาหารซูชิ

 

ซูชิมีประเภทอะไรบ้าง

ประเภทของซูชิหรือ เมนูซูซิ ที่เราสามารถเห็นได้กันทุกวันนี้ตาม ร้านซูชิ ก็จะมีดังนี้ค่ะ

1 นิงิริซูชิ

รูปแบบซูชิยอดนิยม รูปทรงรีที่เราสามารถ เห็นได้ตามร้านทั่วไปทั้งแบบจัดเสิร์ฟแบบ ซูชิบนจาน หรือ ซูชิสายพาน

2 มากิซูชิ

มีอีกชื่อคือ “โนริมากิ” หรือ “มากิโมโนะ“ เป็นซูชิประเภททรงกระบอก ม้วนด้วยสาหร่าย

3 อินาริซูชิ

ซูชิที่ทำจากเต้าหู้ทอดแผ่นบาง ที่ใส่ไส้ซูชิลักษณะ เหมือนไข่ยัดไส้แต่พอดีคำ

4 ชิราชิซูชิ

เป็นการจัดเรียง พวกปลาดิบอาหารทะเลดิบ ลงบนข้าวในภาชนะ

5 โอชิซูซิ

หน้าตาจะเหมือนกับ นิงิริซูชิ แต่เป็นการใส่แป้นพิมพ์ เป็นการทำแบบเฉพาะจากเมืองโอซากะ

6 เทมาริซูชิ

เป็นข้าวปั้นทรงกลมที่ วางปลาบนหน้าข้าว มักใช้เป็นอาหาร ที่ใช้ทานระหว่างทาง

7 ซูงาตะซูชิ

จะคล้ายกับแบบของ ชิราชิซูชิ แต่จะใช้ปลาประเภทเดียว ทั้งตัวยกเว้นเครื่อง ในที่ถูกนำออก

8 นาเรนะซูชิ

เป็นซูชิที่หน้าตา เหมือนกับปลาส้มบ้านเรา

อาหารซูชิ

สรุปการเดินทาง

แล้วก็มาถึงหัวข้อสุดท้ายแล้วค่ะ สารภาพเลยค่ะว่า แอบหลับระหว่างบรรยายจริง ๆ คือประวัติจริง ๆ มีอีกเยอะนะคะ กว่าจะมาเป็นซูชิ ที่แค่นี้ผู้เขียนก็คิดว่า น่าจะได้คะแนน วิชาประวัติศาสตร์ การอาหารเต็มแล้วล่ะค่ะ (T wT)

ก็ขอบคุณผู้อ่าน ที่น่ารักทุกท่านที่มาก ๆ เลยนะคะ ที่อ่านมาถึง ท้ายสุดของเนื้อหานี้แล้ว ถ้าเพื่อนผู้อ่านที่น่ารักคนไหนชอบ ก็อย่าลืมแบ่งปัน ให้กับเพื่อนและคนที่คุณรักนะคะ กับประวัติเจ้าซูชิ อาหารเอกแดนปลาดิบที่ใคร ๆ ก็รู้จักค่ะ

ไว้พบกันใหม่ ในเนื้อหาหน้า ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง กับเพื่อนที่แสนดีของคุณอย่าง ComBicJung ค่ะ

 

เขียนโดย ComBic.III

Back To Top